ไม่ล้มแผน!บาเยิร์นเตรียมหวนล่าซาเน่ช่วงตลาดเปิดม.ค

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว บาเยิร์น จะหวนไล่ล่าลายเซ็นของ ลีรอย ซาเน่ ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ แต่ฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ก็ยังไม่คิดที่จะลดค่าหัวที่ตั้งเอาไว้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน จะกลับมาเดินแผนล่าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ เดิมที ซาเน่ ถือเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพอันดับต้นๆ ของ บาเยิร์น ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งปิดตัวลงไป หลังจากพวกเขาจำเป็นต้องการปีกฝีเท้าดีมาทดแทนการบอกลาทีมไปของ อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟร้องค์ ริเบรี่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ แมนฯ ซิตี้ ยอมขายเขาได้ ซ้ำร้ายแข้งวัย 23 ปี ยังมาได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจากเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จนอาจจะต้องพักเป็นเวลานานอีก เรื่องดังกล่าวทำให้ บาเยิร์น ล้มแผนล่าตัว ซาเน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหันไปยืม ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กับ อิวาน เปริซิช มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังสนใจที่จะเอา ซาเน่ มาเสริมแกร่งอยู่ และจะพยายามดึงเขามาร่วมทีมให้ได้อีกครั้งในตลาดช่วงหน้าหนาว อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่คิดที่จะปล่อย ซาเน่ ออกไปถูกๆ แต่อย่างใด หลังจากพวกเขาตั้งค่าหัวของอดีตแข้ง ชาลเก้ 04 เอาไว้ถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,510 ล้านบาท) โดยฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ยังหวังว่า ซาเน่ จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมด้วย จากการที่ข้อตกลงฉบับเดิมจะหมดอายุลงในปี 2021 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ทางการ!ทีมลีกอาร์เจนตินาตั้งมาราโดน่าคุมทัพ

กิมนาเซีย ประกาศตั้ง ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นกุนซือคนใหม่ของทีมเรียบร้อย โดยสัญญามีผลจนถึงจบซีซั่นนี้เท่านั้น กิมนาเซีย สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศอาร์เจนตินา ประกาศว่าพวกเขาได้แต่งตั้งให้ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ เข้ามาเป็นเทรนเนอร์ของทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา มาราโดน่า มีปัญหาด้านหัวเข่าจนทำให้เขาต้องลาออกจากการคุม โดราโดส สโมสรในลีกระดับ 2 ของประเทศเม็กซิโกไปเมื่อช่วเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวก็รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นแล้ว โดยก่อนหน้านี้เขาก็สามารถเดินไปไหนมาไหนในโรงพยาบาลได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีกระแสข่าวลืออย่างหนักว่า มาราโดน่า กำลังจะไปกุมบังเหียน กิมนาเซีย โดยถึงแม้เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงว่าไม่ได้รับข้อเสนอจากทีมดังกล่าว แต่ มาติยาส มอร์ล่า ทนายความส่วนตัวของเขาออกมาบอกเองว่า “เสือเตี้ย” จ่อจะได้ไปทำงานกับที่นั่นจริงๆ และล่าสุดมันก็มีการแต่งตั้งเขาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยที่สัญญามีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ “ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า สตาร์ดังของโลกฟุตบอล ได้เซ็นสัญญากับเรา และเป็นโค้ชคนใหม่ของ กิมนาเซีย แล้ว โดยสัญญาจะมีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้” แถลงการณ์ของ กิมนาเซีย ระบุ ปัจจุบัน กิมนาเซีย อยู่ในอันดับสุดท้ายของลีก ด้วยผลงาน 1 คะแนน จากการลงเล่น 5 นัด ส่วนครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ที่ มาราโดน่า ทำงานในบ้านเกิดนั้น ได้แก่การเป็นผู้ช่วยของ เดปอร์ติโบ ริเอสตร้า ระหว่างปี 2013-17 แต่ถ้านับเฉพาะในฐานะกุนซือคือการคุมทีมชาติอาร์เจนตินาในปี 2008-10 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ป็อกบา-เรอัล มาดริด ! ดีลที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยช่วงซัมเมอร์

ปอล ป็อกบา ไม่เคยปกปิดความต้องการที่จะโบกมือลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเป้าหมายคือ เรอัล มาดริด ซึ่งมีข่าวว่าอยากได้ แข้งเลือดเฟร้นช์ ไปร่วมทีมเช่นกัน และมีรายงานว่า “ราชันชุดขาว” พยายามที่จะขอซื้อนักเตะ แต่ความจริงแล้วดีลนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยก่อนตลาดพ่อค้าแข้งปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันดีว่า ป็อกบา เอ่ยวาจายอมรับกับสื่อเองต้องการออกไปจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อไปหาความท้าทายใหม่ และจุดหมายปลายทางก็คือเกมลา ลีกา สเปน โดยในช่วงเวลานั้น “ราชันชุดขาว” ดูเหมือนพร้อมที่จะรับเซ้งนักเตะมาร่วมทีม เพราะชื่นชอบ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในช่วงซัมเมอร์นี้ มีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องจาก เรอัล มาดริด พร้อมทุ่มเงินเต็มสูบให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อพิจารณาปล่อย ป็อกบา ย้ายมาสวมชุด “ราชันชุดขาว” แต่สุดท้ายแล้วไม่ประสบความสำเร็จเมื่อการดำเนินงานต่างๆ ต้องยุติลงเพราะตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เดลี่ เมล ได้รับข้อมูลสำคัญว่า จริงๆ แล้วดีลการซื้อขาย กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ไม่เคยเกิดขึ้นเลย เนื่องจากทีมของกุนซือซีเนดีน ซีดาน ไม่เคยสนใจที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึง อดีตดาวเตะยูเวนตุส มาเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เรื่องของเรื่องก็คือสื่อผู้ดีอ้างว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขาย ป็อกบา ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ เพราะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยากที่จะปล่อยนักเตะออกไปหากว่าทีมได้รับข้อเสนอจำนวนมหาศาลว่ากันว่าประมาณ 150 ล้านยูโร (ราว 5,250 ล้านบาท) เพื่อหวังนำเงินไปลงทุนกับผู้เล่นใหม่ๆ ที่ตนอยากได้มากกว่า ฉะนั้นหาก เรอัล มาดริด อยากได้ตัว ป็อกบา จริงๆ ก็ต้องยื่นข้อเสนอที่น่าพอใจเข้ามา พวกเขาก็พร้อมเปิดทางทันที ! แต่ข้อเสนอจาก “โลส บลังโกส” ไม่เคยถูกส่งเข้ามาให้ “ปีศาจแดง” พิจารณาอีกเลย เนื่องจากทีมไม่สามารถทุ่มเงินซื้อนักเตะชั้นนำด้วยข้อเสนอมหาศาลได้ เพราะพวกเขาควักกระเป๋าจ่ายค่าตัว เอแด็น อาซาร์ ให้กับ เชลซี ไปแล้วถึง 100 ล้านยูโร (ราว 3,500 ล้านบาท) ด้วยเหตุนี้เองทำให้ ป็อกบา ไม่ได้ย้ายทีมอย่างที่วาดฝันเอาไว้ และด้วยสปิริตของพ่อค้าแข้งอาชีพ เจ้าตัวก็ตัดสินใจกลับมาร่วมฝึกซ้อม และเดินทางไปอุ่นเครื่องปรีซีซั่นกับต้นสังกัด โดยในเวลานั้น โซลชา ยังกล่าวชื่นชมทัศนคติของ ป็อกบา ที่มีความเป็นมืออาชีพสูง แม้ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของเขาจะพยายามกดดัน “เร้ด เดวิลส์” ให้ปล่อยตัวลูกค้าของเขาไปอยู่กับ เรอัล มาดริด อย่างที่บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ การย้ายทีมดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นเลย เพราะ เรอัล มาดริด ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะคว้า ป็อกบา มาร่วมทัพ แม้ ซีดาน อยากได้นักเตะรุ่นน้องร่วมชาติก็ตาม แต่ด้วยค่าตัวขนาดนั้นทำให้ทีมจำเป็นต้องพับแผนทันท กระนั้นความฝันที่ ป็อกบา กับ ซีดาน จะได้ร่วมงานกันยังมีความเป็นไปได้ เพราะในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคม หรือในช่วงซัมเมอร์หน้า เรอัล มาดริด อาจจะมีงบประมาณใหม่เพื่อใช้กระชากตัวนักเตะมาร่วมทัพก็เป็นไปได้ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ยังเทียบ2ทีมไม่ได้!โยริสรับสเปอร์สยังขาดบางอย่าง

อูโก้ โยริส นายด่าน สเปอร์ส ก้มหน้ารับ “ไก่เดือยทอง” ยังขาดคุณสมบัติที่ดีบางอย่างจนทำให้ยังเทียบกับ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ แต่ก็กระตุ้นให้ทีมของตนเดินหน้าทำงานของตัวเองให้ดีต่อไป อูโก้ โยริส ผู้รักษาประตูคนเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าทีมของตนยังขาดคุณสมบัติที่ดีบางอย่างที่จะช่วยให้พวกเขามีลุ้นแชมป์ลีกร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ได้ สเปอร์ส ถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่มีลุ้นแชมป์ลีกตลอดช่วงไม่กี่ซีซั่นที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนมีผลงานที่ดีตามไปด้วย แต่ทัพ “ไก่เดือยทอง” ก็ยังไม่สามารถไปถึงตำแหน่งแชมป์ลีกได้สักที โดยซีซั่นที่ดีที่สุดคือฤดูกาล 2016-17 ที่พวกเขาได้อันดับ 2 ในลีก โยริส เผยว่า “ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ มีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และเป็นทีมที่เก่งสุดๆ ตอนนี้ผมคิดว่าเรายังขาดบางอย่างอยู่ (ที่จะทำให้เป็นแชมป์ได้) เราจะมารอดูกันหลังจากนี้ว่ามันจะเป็นยังไงบ้าง เพราะในวงการฟุตบอลน่ะหลายอย่างมันเปลี่ยนไปเร็วมากๆ” “สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เรามีสมาธิอยู่กับตัวเอง, เก็บแต้มให้ได้, เล่นให้ดีแบบคงเส้นคงวาในลีก แล้วเราก็จะได้เห็นกันว่าพอถึงช่วงเดือนเมษายน หรือเดือนมีนาคมนี้เราจะอยู่ในอันดับไหน นั่นคือช่วงที่จะตัดสินว่าคุณมีโอกาสที่จะได้โควตาลุยฟุตบอลถ้วยยุโรป หรือมีลุ้นแชมป์รึเปล่า แต่ตอนนี้เราไม่อยากสนใจกับคำถามแบบนั้น (เรื่องที่ว่ามีลุ้นแชมป์หรือไม่)” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

วาทะเดือดก่อนเกม! มุมมอง “แฟนบอลเวียดนาม” ก่อนเจอ ไทย ศึกคัดบอลโลก

ถือเป็นเกมที่มีความสำคัญทั้งสองทีม สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรกของกลุ่ม จี ระหว่างทีมชาติไทย จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่ปรับทีมชาติเวียดนาม ที่สนาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ในวันที่ 5 กันยายน นี้ เราลองไปฟังความคิดเห็นของแฟนๆ ชาวเวียดนาม กันเกี่ยวกับเกมนัดนี้ คอมเมนต์ที่ 1 ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา การเจอกันของ เวียดนาม และ ไทย ดูเหมือนว่าจะสู้เกมในวันที่ 5 กันยายนนี้ไม่ได้ เกมนี้จะกลายเป็นที่สนใจมากๆ ของทั้งสองชาติ คอมเมนต์ที่ 2 นักเตะไทยเป็นพวกที่ชอบอารมณ์ร้อน และมักจะเล่นพลาดง่ายๆ หวังว่าพวกเราจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของเขาในครั้งนี้เอาชนะให้ได้ คอมเมนต์ที่ 3 เอากันตรงๆ ปัจจุบัน เวียดนาม ไม่ได้เป็นรองไทยอีกต่อไป แถมนี่เป็นนัดแรกในการคุมทีมของ นิชิโนะ ดังนั้นพวกเขาต้องเต็มที่แน่นอน แต่ข้อได้เปรียบเดียวของพวกเขาในเกมนี้ก็คือการได้ลงเล่นในบ้านเท่านั้น คอมเมนต์ที่ 4 หลังจบเกม แฟนบอลชาวไทย จะออกมาพูดว่า นัดนี้เราแพ้เพราะขาดโชค คอมเมนต์ที่ 5 มันฟังดูแย่มากหากเราจะบุกไปถล่มพวกเขาคาบ้าน เอาเป็นว่าแค่ชนะก็พอ คอมเมนต์ที่ 6 การเผชิญหน้ากับทีมเทพอย่างพวกเราเขาจะเอาอะไรมาสู้ เผลอๆ อาจโดนแบบที่แพ้ อินเดีย ในเอเชียนคัพ คอมเมนต์ที่ 7 ทำไมฉันมีความมั่นใจว่า เวียดนาม จะชนะไทยได้ คอมเมนต์ที่ 8 ฉันว่าเกมนี้ ทีมชาติไทย คงไม่กล้าเปิดเกมบุกใส่เราแบบเต็มรูปแบบเหมือนในอดีต เพราะพวกเขากลัวเราไปแล้ว คอมเมนต์ที่ 9 เกมนี้ อากิระ นิชิโนะ จะต้องเป็นฝ่ายกดดันเพราะถือเป็นการเปิดตัวคุมทีมครั้งแรกของเขา คอมเมนต์ที่ 10 เกมนี้ถ้าผลออกมาที่เราชนะ หรือเสมอ ฉันก็ถือว่าโอเคแล้ว เพราะทีมเวียดนาม ไม่ได้กดดันอะไรเลย คอมเมนต์ที่ 11 เชื่อเลยเกมนี้ ทีมไทย จะเล่นหนักใส่เราแน่นอน เพราะพวกเขากดดันอย่างหนัก คอมเมนต์ที่ 12 ทีมชาติไทย แข็งแกร่งกว่าเวียดนามมาในทุกระดับอายุ ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เวียดนาม เหนือกว่าไทยทุกรุ่นอายุ และแน่นอนตอนนี้เราเหนือกว่าเขาอย่างชัดเจน คอมเมนต์ที่ 13 มุมมองของฉัน ตอนนี้คนไทยกำลังสร้างความกดดันให้กับนักเตะตัวเอง เพราะการแข่งขันนี้พวกเขาถูกบังคับให้ต้องชนะเท่านั้นเพื่อศักดิ์ศรีของพวกเขา แต่เขาจะทำผิดพลาดด้วยการแพ้ให้เรา 1-2 และถึงเวลานั้นเขาจะรู้ว่าใครคือเบอร์ 1 ของอาเซียน คอมเมนต์ที่ 14 ฉันกลับเห็นต่าง ในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมชาติไทย ต้องชนะเท่านั้น ด้วยระดับทีมแล้วฉันมองว่าไม่ต่างกันแล้ว แต่พวกเขาได้เปรียบที่เล่นในบ้าน แถมเป็นการทำงานของโค้ชคนใหม่ที่เหมือนจะแพ้ไม่ได้ ดังนั้น เวียดนาม ต้องห้ามประมาทเด็ดขาด คอมเมนต์ที่ 15 เห็นได้ชัดว่าเกมนี้ทั้งสองทีมเรียกกองกลางมาเยอะมาก ดังนั้นจะเป็นการต่อสู้กันในแดนกลาง หาก เวียดนาม แพ้ในจุดนั้นทีมจะเสียเปรียบอย่างมาก คอมเมนต์ที่ 16 ทีมชาติไทย ต้องเรียกว่าผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ต่อจากนี้พวกเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้อีกเลย เรามารอดูผลการแข่งขันกันว่าใครคือเบอร์ 1 ในภูมิภาคนี้กัน ฉันไม่ชอบประเทศไทย ดังนั้นแน่นอน เกมนี้เวียดนามบุกชนะ คอมเมนต์ที่ 17 ฉันคิดว่าเกมนี้ ทีมไทย จะมาเล่นเพรสซิ่งไล่บอลพวกเราอย่างหนัก แน่นอนด้วยความไม่ฟิตของผู้เล่นเวียดนาม จะทำให้เจอกับงานที่ยากลำบากแน่นอน หวังว่า ปาร์ค ฮัง ซอ จะแก้เกมได้ดี คอมเมนต์ที่ 18 ฉันหวังว่าในบอลโลก 2020 จะมีทีมจากอาเซียนได้ตั๋วไปแข่งบ้าง และแน่นอนทีมนั้นต้องเป็นเวียดนาม คอมเมนต์ที่ 19 เกมนี้ทีมไทยจะมาเล่นแบบประกบตัวตัวแน่นอน ดังนั้นเราต้องวางแผนรับมือให้ดี คอยทำลายเกมพวกเขา และถ้าเราได้ประตูออกนำก็ลงมาเน้นรับแล้วโต้ตามแผนของเรา คอมเมนต์ที่ 20 เราต้องควบคุมอารมณ์ให้อยู่ ต้องใจเย็นมากๆ เพราะพวกเขาเล่นเกมหนักใส่เราแน่นอน แต่หากเราไม่ใจร้อนทุกอย่างจะเข้าทางเรา และทันทีที่เสียงนกหวีดสิ้นสุดลง เราจะเป็นฝ่ายดีใจ เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

แมนยูเริ่มคุยเอเยนต์หวังยืดสัญญาป็อกบา

เลกิ๊ป สื่อของฝรั่งเศส ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคุยกับ มิโน่ ไรโอล่า นายหน้าของ ปอล ป็อกบา เพื่อหารือเรื่องการต่อสัญญากัน หลังจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันเหลืออายุเพียงราว 2 ปี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของ ปอล ป็อกบา เกี่ยวกับเรื่องการต่อสัญญากับดาวเตะชาวฝรั่งเศส ตามรายงานของ เลกิ๊ป สื่อชั้นนำของเมืองน้ำหอม ป็อกบา ตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเจ้าตัวบอกเองว่ามันอาจจะถึงเวลาที่ต้องหาความท้าทายใหม่ๆ กับที่อื่นแล้ว ขณะที่ ไรโอล่า ก็เคยพูดว่านักเตะในความดูแลของเขาอยากบอกลา แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนกัน ซึ่งมันมีข่าวลือด้วยว่า ไรโอล่า พยายามเดินเรื่องให้เกิดการย้ายทีมให้ได้ ทั้งนี้ เรอัล มาดริด กับ ยูเวนตุส คือทีมที่มีข่าวว่าสนใจจะคว้าตัว ป็อกบา ไปร่วมทัพ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหนจนกระทั่งตลาดของหลายลีกยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปปิดทำการไปเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มันก็มีการคาดกันว่าแข้งวัย 26 ปี อาจจะพยายามย้ายทีมอีกในอนาคต ปัจจุบัน ป็อกบา เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ว่าสุดท้ายแล้วจะมีการใช้อ็อปชั่นดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากอ็อปชั่นนั้นไม่ถูกใช้งาน มันก็หมายความว่าพอถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสก็จะเหลือสัญญาเพียง 1 ปี เท่านั้น และทำให้ “ปีศาจแดง” ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยากลำบากว่าจะขายเขา หรือเก็บเจ้าตัวเอาไว้กับทีมต่อ กระทั่งล่าสุด เลกิ๊ป ก็ระบุว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้พูดคุยเรื่องต่อสัญญาของ ป็อกบา กับเอเยนต์ของเจ้าตัวแล้ว โดยไม่มีการระบุว่ายอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมที่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้เขาเป็นเท่าไหร่ หลังจากปัจจุบันแข้งวัย 26 ปีฟันค่าเหนื่อยในเบื้องต้นอยู่ที่สัปดาห์ละ 290,000 ปอนด์ (ประมาณ 11.02 ล้านบาท) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ไม่ใช่แค่ ชาน ! 5 แข้งลิเวอร์พูลคิดผิดมหันต์อำลา “หงส์แดง”

หลังจากเหตุการณ์ที่ เอ็มรี่ ชาน ออกมาแสดงความไม่พอใจ ยูเวนตุส เมื่อเขาไม่ได้เป็นตัวหลักของ “ม้าลาย” ในฤดูกาลนี้ และจุดแตกหักที่สุดก็คือการโดนตัดชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช ต้องออกโรงจวกสโมสรอย่างรุนแรง จะว่าไปแล้วก่อนหน้านั้น ชาน คืออนาคตใหม่ของ ลิเวอร์พูล และน่าจะเป็นตัวหลักในการสร้างทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่แล้วนักเตะกลับเลือกย้ายหนีต้นสังกัดเพื่อไปเล่นแบบฟรีเอเยนต์กับ ยูเว่ เพราะเจ้าตัวคิดว่าจะยิ่งพัฒนาศักยภาพมากขึ้นหากได้สวมชุด “ม้าลาย” สำหรับตอนนี้ ชาน คงรู้สึกตัวแล้วว่าคิดผิดมหันต์ที่เลือกปัดการต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล เพื่อจะได้ย้ายมาเล่นกับ ยูเวนตุส เพราะหากเขาคิดให้ถ้วนถี่แน่นอนว่าการอยู่กับ “หงส์แดง” กุนซือคล็อปป์ คงเลือกให้เขาเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเกมแดนกลางของทีม อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ แข้งทีมชาติเยอรมนีเท่านั้นที่เพิ่งตาสว่างว่าตัวเองทำพลาดที่ทิ้ง ลิเวอร์พูล ไป เพราะยังมีเพื่อนร่วมทีมอีกหลายคนที่ต้องพบกับชะตากรรมเดียวกัน แต่งานนี้ขอคัดแบบเน้นๆ ที่เห็นว่านักเตะคิดผิดที่ย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ เอ็มเร่ ชาน (ยูเวนตุส กรกฎาคม 2018) บางคนอาจจะพูดว่า ดาวเตะชาวเยอรมัน โบกมือลาแอนฟิลด์ และได้เล่นในบทบาทสำคัญกับ “ม้าลาย” แถมประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2018-19 เมื่อลงสนาม 29 แมตช์ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา และ 6 แมตช์ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างไรก็ตาม หลังจากการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญในช่วงซัมเมอร์นี้ ส่งผลให้ ชาน หลุดจากทีมตัวจริง การที่ ยูเว่ คว้าตัว อารอน แรมซี่ย์ และ อาเดรียง ราบิโอต์ มาร่วมทีม ส่งผลกระทบต่ออนาคตของ ชาน ทันที นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ กองกลางมาดเข้ม ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งทำให้อนาคตของเขากับทีมเริ่มมืดมนลงเรื่อยๆ จริงๆ แล้วหาก ชาน ตัดสินใจที่จะอยู่กับ “เดอะ เร้ดส์” ต่อไป แน่นอนว่าเขาจะเป็นขุมกำลังสำคัญของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ และยิ่งในปัจจุบัน ลิเวอร์พูล กำลังมีพัฒนการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรก ฉะนั้นหาก ชาน ยังสวมชุดสีแดงเพลิง เขาคงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์ “หงส์แดง” ก็ได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (บาร์เซโลน่า มกราคม 2018) หลังจากที่แยกทางกับ อินเตอร์ มิลาน ในเดือนมกราคม 2013 ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ (ราว 304 ล้านบาท) ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดของ ลิเวอร์พูล และเป็นขวัญใจมหาชนของสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างรวดเร็ว ช่วงหลายปีที่อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ “คูตี้” ผลิตผลงานสุดยอดจนได้รับฉายา “พ่อมดน้อย” ส่งผลให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก โดยความสำเร็จในเรื่องฟอร์มการเล่นของ คูตินโญ่ เกิดขึ้นภายใต้การเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ และนั่นทำให้ บาร์เซโลน่า สนใจนักเตะจนนำไปสู่การพยายามที่จะคว้าตัวมาร่วมทีม เหตุการณ์ดราม่าที่สุดในเรื่องนี้ก็คือตอนที่ คูตินโญ่ เล่นให้กับทีมชาติบราซิล และยิงประตูได้พร้อมกับร้องไห้เป็นเด็กน้อย เนื่องจากผิดหวังที่ไม่ได้ย้ายไปอยู่กับบาร์ซ่าในช่วงซัมเมอร์ แต่สุดท้ายนักเตะก็สมหวังเมื่อ “หงส์แดง” ยอมปล่อยตัวในเดือนมกราคม 2018 นับตั้งแต่เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิเลียน ย้ายไปเล่นในคัมป์ นู ดูเหมือนเขาจะประสบความสำเร็จกับทีมในช่วงแรก แต่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา คูตินโญ่ ไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจจากกุนซือเอร์เนสโต้ บัลเบรเด้ ทำให้ซัมเมอร์นี้นักเตะพยายามที่จะหาสโมสรใหม่ และสุดท้ายก็โบกมือลาไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญาลืมตัว จอร์ดอน ไอบ์ (บอร์นมัธ กรกฎาคม 2016) ปีกชาวอังกฤษ อาจจะไม่ได้มีศักยภาพระดับเดียวกับ คูตินโญ่ หรือ ชาน แต่แน่นอนว่าเขาคงมีอนาคตและพัฒนาฝีเท้าหากอยู่กับทีมต่อไป หลังจากที่ย้ายมาจาก วีคอมบ์ นักเตะต้องเริ่มต้นด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนของทีมก่อนจะก้าวขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2014-15 หลังจากนั้นใช้เวลากับการเล่นแบบยืมตัวกับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ไม่นานนัก ไอบ์ ก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเป็นแข้งสำคัญในฤดูกาล 2015-16 ไอบ์ ได้ลงเล่น 27 เกมในพรีเมียร์ลีก และ 41 แมตช์ในทุกรายการ รวมถึงการโชว์ฟอร์มจนคว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวเชื่อว่าผลงานของตนควรได้เป็นตัวหลักอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เขาเลือกย้ายไปเล่นกับ บอร์นมัธ ด้วยสัญญา 5 ปี ย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น ไอบ์ ทำผลงานได้ดีจนติดทีมชาติอังกฤษ แต่ตอนนี้นักเตะต้องพบกับความยากลำบากในการเล่นให้ “เดอะ เชอร์รีส์” ไมเคิ่ล โอเว่น (เรอัล มาดริด สิงหาคม 2004) หนุ่มน้อยโอเว่นที่เกิดและเติบโตมากับ ลิเวอร์พูล โดยใช้เวลาค้าแข้งกับ “หงส์แดง” 13 ปี รวมถึงการเล่นให้ทีมในระดับเยาวชน 5 ฤดูกาล หัวหอกร่างเล็กความเร็วสูง ตะบันประตูในเกมพรีเมียร์ลีกไปเบาะๆ 118 ประตูจากการเล่น 216 แมตช์ ส่งให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นตำนานให้กับสโมสรและทีมชาติอังกฤษ โดยการเล่นให้ทัพ “สิงโตคำราม” นักเตะซัดไป 40 ประตู แน่นอนว่าในเวลานั้น โอเว่น ได้รับการคาดหมายว่าจะเก่งยิ่งกว่านี้ และมีสิทธิ์ช่วย ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกเมืองผู้ดีเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี อย่างไรก็ตาม โอเว่น เกิดความเคืองขุ่นใจเกี่ยวกับอนาคตของเขากับต้นสังกัด ส่งผลให้เขาเลือกหักดิบด้วยการย้ายหนี “หงส์แดง” แบบช็อกสาวก “เดอะ ค็อป” ในช่วงซัมเมอร์ปี 2004 เพื่อไปเล่นให้กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แถมค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์ (ราว 304 ล้านบาท) เท่านั้น การเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว นั้น โอเว่น ซัดไปเพียง 13 ประตูในซีซั่นเดียว ก่อนจะย้ายไปเล่นให้ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในปี 2005 ซึ่งเจ้าตัวเพิ่งออกมายอมรับในหนังสืออัตชีวประวัติเมื่อเร็วๆ นี้ว่าคิดผิดมหันต์ในอาชีพพ่อค้าแข้งที่มาเล่นในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (ลีดส์ พฤศจิกายน 2001) ดาวยิงเจ้าของฉายา “ก็อด” ซึ่งสาวก “เดอะ ค็อป” รู้สึกเป็นอย่างดีจากผลงานการตะบันประตูของ ฟาวเลอร์ ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่เล่นให้กับต้นสังกัด รวมถึง 9 ปีที่อยู่กับทีมเยาวชน ฟาวเลอร์ ก้าวขึ้นมาเป็นตำนาน “หงส์แดง” อย่างรวดเร็ว ด้วยสถิติซัดประตูในพรีเมียร์ลีกไปเบาะๆ 120 ลูกจากการเล่น 236 แมตช์ แต่หลังจากที่เกิดรอยร้าวในใจกับ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ผู้จัดการทีม และ ฟิล ธอมป์สัน ผู้ช่วย ในปี 2001 ทำให้เจ้าตัวเลือกทิ้งถิ่นแอนฟิลด์ ในฤดูกาล 2001–2002 อย่างไรก็ตาม ฟาวเลอร์ ต้องพบกับความล้มเหลวในการเล่นให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปี จากนั้นก็ต้องลาสโมสรก่อนที่พวกเขาจะตกชั้น เพื่อไปเล่นกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตาม นักเตะกลับมาเล่นให้ “เดอะ เร้ดส์” พร้อมกับยิงได้ 8 ประตู ฟาวเลอร์ ซึ่งติดทีมชาติอังกฤษ 26 แมตช์ ยังโยกไปเล่นให้ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, นอร์ธ ควีนส์แลนด์ ฟูรี่, เพิร์ธ กลอรี่ และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2012 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

รามอส’ ซัดโทษ!สเปนซิว15แต้มเต็มบุกเฉือนโรมาเนียคัดยูโร

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมซัดจุดโทษเปิดหัวพา “กระทิงดุ” สเปน บุกเฉือน โรมาเนีย 2-1 พร้อมเก็บไป 15 แต้มเต็มจากชัยชนะ 5 นัดรวด ในศึกฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เอฟ) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เอฟ) วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 โรมาเนีย 1 – 2 สเปน โรมาเนีย เจ้าบ้านรั้งรองจ่าฝูงกลุ่มมี 7 คะแนนยังคงต้องลุ้นเข้ารอบเกมนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก ขณะที่ “กระทิงดุ” สเปน ครองหัวตารางมี 12 แต้มเต็มจากชัยชนะ 4 เกมรวด เกมดำนเนิมมาถึงนาทีที่ 27 สเปนขึ้นนำ 1-0 เมื่อได้ลูกที่จุดโทษจากจังหวะที่ ดานี่ เซบายอส โดนเตะด้านหลังดูภาพช้าเหมือนจะเป็นการพุ่งล้ม แต่กรรมการก็ยืนยันคำตัดสินดังกล่าว และเป็น เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ และจังหวะดังกล่าว รามอส ถูกใบเหลืองเมื่อไปทำท่าดีใจที่ไม่เหมาะสม สเปน ยังคงครองเกมบุกอย่างต่อเนื่องและได้ลุ้นอีกครั้งนาทีที่ 34 ฟาเบียน รุยซ์ บรรจงปั่นบอลทางฝั่งขวาของกรอบเขตโทษระยะประมาณ 25 หลาแต่ทิศทางไม่ดีเหินข้ามคานออกไปไกล นาทีต่อมาทัพกระทิงดุน่าได้ประตูนำห่างเมื่อได้โอกาสยิงแบบจ่อๆ ไม่ถึง 10 หลาโดย โรดริโก้ โมเรโน่ แต่ดันไปตรงตัว ซิเปรียน ตาตารูซานู นายด่านโรมาเนียที่ผวาปัดบอลออกไปได้ นาทีที่ 37 สเปนหวิดบวกสกอร์อีกครั้งเมื่อ ปาโก้ อัลกาเซร์ วิ่งเข้ามาแปบอลโล่งๆ แบบไร้ตัวประกบจากลูกเปิดเลียดด้านข้างแต่ดันกดไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกไปอีกครั้ง จบครึ่งแรก สเปน บุกมานำ โรมาเนีย เจ้าบ้าน 1-0 โดยแข้งสเปนถูกเสียงโห่จากแฟนบอลโรมาเนียทุกจังหวะเมื่อจับบอลหลังจากได้ประตูแรกจากลูกจุดโทษที่น่ากังขา เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียงสองนาทีนาทีที่ 47 สเปนนำห่าง 2-0 จากจังหวะต่อบอลสุดสวยก่อนไปถึง จอร์ดี้ อัลบา ที่เติมขึ้นมาเปิดบอลริมเส้นฝั่งซ้ายให้ ปาโก้ อัลกาเซร์ ที่รอยืนแปโล่งๆ ตรงเส้นกรอบ 6 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย โรมาเนีย ได้ประตูตามมาเป็น 1-2 นาทีที่ 60 จากลูกโขกแบบจ่อๆ ของ ฟลอริน อันโดเน่ ที่เปิดมาจากด้านข้างฝั่งซ้ายโดย จอร์จ ปุสคัส ทำให้เสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง นาทีที่ 65 จอร์จ ปุสคัส ศูนยหน้าโรมาเนียได้จังหวะซัดไกลแต่ทิศทางไม่ได้บอลหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย นาทีต่อมา โรดริโก้ โมเรโน่ แข้งสเปนกระชากบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษเจ้าถิ่นแล้วได้ยิงด้วยปลายเกือกแบบไม่ถนัดเมื่อโดนแข้งโรมาเนียเบียดเอาไว้ทำบอลไหลไปเข้ามือ ซิเปรียน ตาตารูซานู รับไว้ไร้ปัญหา นาทีที่ 79 สเปนเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ดีเอโก้ ยอเรนเต้ ไปเตะตัดฟาวน์ใส่ จอร์จ ปุสคัส ดาวยิงเจ้าถิ่นจากทางด้านหลังที่กำลังหลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตู เดนิส อายเตคิน กรรมการชาวเยอรมันควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ต่อเนื่องจังหวฟรีคิกเป็น อานิส ฮากิ ตัวสำรองรับหน้าที่ยิงกลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาแต่ไปติดกำแพงไม่ได้ลุ้น ผ่านพ้นมาถึงช่วยทดเจ็บนาทีที่ 90+1 โรมาเนีย เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ จอร์จ ปุสคัส หลุดเข้าไปซัดเต็มข้อแต่ไปติดเซฟของ เกป้า ที่ยืนปิดมุมได้ดีและปัดออกไปได้ จังหวะต่อเนื่องนาทีถัดเจ้าถิ่นน่าได้ประตูตีเสมอแบบสุดๆ เมื่อ จอร์จ ปุสคัส ได้ขึ้นโขกเต็มหัวระยะไม่ถึง 6 หลาแต่บอลดันไปตรงตัว เกป้า ที่ยังป้องกันไว้ได้อีกครั้ง จบเกม สเปน ที่เหลือ 10 คนช่วง 10 นาทีสุดท้ายยันสกอร์เดิมไว้ได้เป็นฝ่ายเอาชนะ โรมาเนีย 2-1 พร้อมเก็บไป 15 แต้มเต็มจากชัยชนะ 5 นัดรวด รายชื่อนักฟุตบอลทั้งสองทีม โรมาเนีย (5-3-2) : ซิเปรียน ตาตารูซานู – อลิน ทอสก้า, ดาร์กอส จิร์กอเร่, ชิริเชส, โยนุต เนเดลเซียรู, โรมาริโอ เบนซาร์ – นิโคเล สตานซิอู (อานิส ฮากิ น.63), ราซวาน มาริน, ชิเปรียน เดียค (อเล็กซานดรู มักซิม น.72) – เคลาดิอู เคเซรู (ฟลอริน อันโดเน่ น.56), จอร์จ ปุสคัส เทรนเนอร์ : คอสมิน คอนทร้า สเปน (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า – เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ รามอส, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, จอร์ดี้ อัลบา – ฟาเบียน รุยซ์, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ซาอูล ญีเกซ – โรดริโก้ โมเรโน่ (มิเกล โอยาร์ซาบัล น.71), ปาโก้ อัลกาเซร์ (มาริโอ เฮอร์โมโซ่ น.85), ดานี่ เซบายอส (ปาโบล ซาราเบีย น.77) เทรนเนอร์ : โรเบิร์ต โมเรโน่ ผู้ตัดสิน : เดนิส อายเตคิน (เยอรมัน) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

อิตาลี บุกรัว อาร์เมเนีย 3-1 ซิวชัย5นัดรวด คัดยูโร

การเเข่งฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่มเจ ที่ สนาม วาซเกน ซาร์กสยาน ระหว่าง อาร์เมเนีย ลงสนามพบ อิตาลี อิตาลีของกุนซือโรแบร์โต้ มันชินี่ ผลงานยอดเยี่ยมในยูโร 2020 รอบคัดเลือกกลุ่มเจ เมื่อเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด นัดนี้มาเยือนาร์เมเนียของเฮนริค มาร์คิทายาน ที่ผลงานดีอยู่อันดับ 3 ชนะ 2 แพ้ 2 นัดนี้มันชินี่ ขาดตัวเลือกไปหลายตำแหน่งเนื่องจากอาการบาดเจ็บ คู่เซ็นเตอร์แบ็ก อันเดรีย โรมันญอลี่ จึงได้เล่นกับเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ส่วน 3 ประสานในเกมรุกประกอบไปด้วย เฟเดริโก้ เคียซ่า, อันเดรีย เบลอตติ และเฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ผลปรากฏว่า เริ่มเกมมา 11 นาที อาร์เมเนีย ทำช็อคออกนำก่อน 1-0 จาก อเล็กซานเดร คาราเพ็ตยาน วซัดด้วยขวาเสียบเสาอย่างเด็ดขาด นาที 28 อิตาลีตามตีเสมอได้สำเร็จ จาก อันเดรีย เบล็อตติ ได้ชาร์จง่ายๆ ในกรอบ 6 หลา สกอร์กลับมาเป็น 1-1 ช่วงทดเจ็บ อเล็กซานเดร คาราเพ็ตยาน คนทำประตูให้อาร์เมเนียมาโดนเหลือง 2 กลายเป็นใบแดงหลังผู้ตัดสินมองว่าขึ้นโหม่งแล้วชักศอกใส่ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กองหลังอิตาลี ทำให้อาร์เมเนีย ต้องเหลือ 10 คน และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 ครึ่งหลัง นาที 77 อิตาลี กลับแซงนำ 2-1 เมื่อ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ เปิดบอลยาวเข้าเขตโทษให้ ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ ตัวสำรองโขกเช็ดบางๆ ส่งบอลเสาเสาไกลเข้าไป สกอร์ไหลเป็น 3-1 ในนาที 80 เมื่อ สเตฟาน เซนซี่ อีกหนึ่งสำรองจ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ อันเดรีย เบล็อตติ จับแล้วพลิกยิงด้วยซ้ายบอลชนเสาก่อนเด้งโดนตัว อาราม อายราเพ็ตยาน นายทวารอาร์เมียแล้วเข้าประตูไป หมดเวลาการแข่งขัน อิตาลี บุกมาชนะ อาร์เมเนีย ที่เหลือ 10 คนไปได้ 3-1 ทำสถิติชนะรวด 5 นัดในกลุ่มเจ เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

เชื่อไหม?เผยญาติเจอร์ราร์ดเคยปัดข้อเสนอแมนยู

เอเจนต์ชาวอิตาเลียน เปิดเผยเรื่องเด็ดว่า บ็อบบี้ ดันแคน หัวหอกญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด เคยได้รับข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนใจอยากดึงตัวไปร่วมทีม แต่สุดท้ายเจ้าตัวปฏิเสธโดยให้เหตุผลอย่างหล่อไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล บ็อบบี้ ดันแคน กองหน้าดาวรุ่ง เคยปฏิเสธโอกาสย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่สุดท้ายจะเดินทางไปเป็นสมาชิกใหม่ ฟิออเรนตินา โดยให้เหตุผลไม่อยากทรยศ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากการเปิดเผยของ วิเชนโซ่ โมราบิโต้ เอเจนต์ชาวอิตาเลียนของนักเตะ ฟิออเรนติน่า ยื่นข้อเสนอของยืมตัว ดาวเตะญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีม “เดอะ เร้ดส์” ในตอนแรกแต่โดน ลิเวอร์พูล ปฏิเสธ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ ซาอิฟ รูบี้ เอเจนต์ของนักเตะออกมาจวกหนักสโมสร ในที่สุดพวกเขาก็จำใจต้องปล่อย ดันแคน ออกไปด้วยสนนราคา 1.8 ล้านปอนด์ (ราว 68.4 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามก่อนจะได้ย้ายไป “วีโอล่า” ยังมีประเด็นน่าสนใจยิ่งกว่านี้อีกเมื่อความจริงแล้ว ดันแคน ได้รับความเสนอมากมายโดยเฉพาะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายเจ้าตัวปัดโอกาสไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เนื่องจากไม่ต้องการหักหลังสาวก “เดอะ ค็อป” โมราบิโต้ ซึ่งทำงานร่วมกับ รูบี้ ในการนำ ดันแดน ย้ายไปอยู่กับฟิออเรนติน่า กล่าวว่า “ทั้งหมดนี้เริ่มต้นในเดือนเมษายน ซาอิฟ ติดต่อมาหาผม และเราเตรียมที่จะทำงานร่วมกันในการพยายามหาสโมสรใหม่ให้ บ็อบบี้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล และปฏิเสธ ยูไนเต็ด ซึ่งยืนยันว่าอยากได้เขามากๆ” “เขามีโอกาสได้ย้ายไป ลาซิโอ แต่ความสัมพันธ์กับ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยดีนัก และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น (เทรนเนอร์ลาซิโอ) ซิโมเน่ อินซากี้ จะทำให้เขาเติบโตยิ่งขึ้น และผมหวังว่าเขาจะเป็นแบบนั้นกับ (กุนซือฟิออเรนติน่า) วินเชนโซ่ มอนเตลล่า” เอเจนต์เลือดมะกะโรนี ระบุ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th