ลิงไซย่า ออกอาละวาด Rajang ปรากฏตัวเป็น Free Title Update ตัวแรกใน Monster Hunter World: Iceborne

อีกไม่กี่วันแล้วที่เหล่านักล่าแย้จะได้ออกผจญภัยไปในดินแดนเกมออนไลน์อันหนาวเหน็บ กับตัวเสริมล่าสุดของ Monster Hunter World: Iceborne หลังจากมีการปล่อยเทรลเลอร์ตัวสุดท้ายที่เปิดตัวเจ้าหมาสายฟ้า Zinogre ไปล่าสุด Capcom ได้จัดรายไลฟ์สดประจำช่องของตัวเอง และได้มีการเปิดเผยคอนเท้นต์ฟรีตัวแรกของตัวเสริมนี้ขึ้นมา ซึ่งเซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะมันคือการกลับมาของมอนสเตอร์สายโหดอย่าง Rajang ที่นำมาให้ได้ออกล่ากันนั่นเอง Rajang หรือเจ้าลิงไซย่าตัวนี้ คือมอนสเตอร์สุดโหดที่ได้รับกิตติศัพท์ว่าเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ที่ยากใกล้เคียงกับมังกรโบราณมากที่สุดอีกตัวหนึ่ง ปรากฏตัวครั้งแรกใน Monster Hunter Portable 2 ของเครื่อง PlayStation Portable มีการโจมตีที่ดุดัน เน้นใช้หมัดในการเหวี่ยงแล้วชกใส่เหล่านักล่าที่รุนแรง และการเคลื่อนที่อันรวดเร็ว บวกกับสามารถปล่อยพลังเป็นลำแสงไฟฟ้ายาวๆ ที่มีอานุภาพร้ายแรงมากๆ อีก และเวลาโกรธมันจะแปลงร่างตัวเองเปลี่ยนสีของขนให้กลายเป็นสีทอง เหมือนกับซุปเปอร์ไซย่า เหล่านักล่าแย้ทั้งหลายจึงเรียกชื่อเล่นๆ ของมันว่าคือ ลิงไซย่านั่นเอง สำหรับตัวเกมจะวางจำหน่ายบนเครื่อง PlayStation 4 กับ Xbox One ในวันที่ 6 กันยายนนี้ ซึ่งจะวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบของ Standard Edition ในราคา 1,319 บาท และ Digital Deluxe Edition ในราคา 1,635 บาท รวมไปถึงสำหรับเวอร์ชั่นแผ่นเกมจะมาในรูปแบบของ Master Edition ที่รวมภาคหลักและภาคเสริมในแผ่นเดียวกันในราคาประมาณ 1,790บาท ส่วนเวอร์ชั่น PC [Steam] จะวางจำหน่ายในเดือนมกราคม 2020 ซึ่งยังไม่กำหนดราคา เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

Rise of Legions เกมฟรีน่าเล่นบน Steam แนว Co-Op MOBA สุดแหวกแนวที่ฉีกกฎแบบเดิมๆ

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ทั้งหลาย ทามาโมะจังเองค่า วันนี้ทีมงาน PlayUlti จะมาแนะนำเกมฟรีน่าเล่นบน Steam ที่เพื่อนๆ ไว้เล่นยามว่างหรือเวลาพักเที่ยงจากการเรียนการทำงาน ซึ่งเกมที่เราจะแนะนำนั้นคือ Rise of Legions เกมแนว MOBA แบบใหม่ที่ผสมผสานความเป็น RTS และ Tower Defense ผลงานจากทีมผู้พัฒนาน้องใหม่ Broken Games ที่พึ่งหลุดออกจากช่วง Early Access ไปเมื่อเร็วๆ นี้เอง พร้อมกับได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่บวกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเลยถือโอกาสมาแนะนำเกมนี้ให้รู้จักกัน ซึ่งจะน่าสนใจแค่ไหนมาติดตามกันเลยค่ะ โดยแก่นแท้ของ Rise of Legions ยังคงไว้ซึ่งตามแบบฉบับของเกมแนว MOBA นั้นก็คือ การแบ่งฐานทัพออกเป็น 2 ฝ่าย ใครที่ทำลายฐานทัพของฝ่ายก่อนก็จะได้รับชัยชนะ โดยแผนที่ภายในเกมจะขนานกันเป็นแนวนอน เพียงแต่มันจะไม่มีตัวละครฮีโร่วิ่งไล่โจมตีแต่อย่างใด มันจะถูกแทนที่ด้วยยูนิตจำนวนมากตามแบบฉบับของเกมแนว Tower Defense ที่เราไม่สามารถควบคุมจำนวนยูนิตในแต่ละรอบได้ แต่ถึงกระนั้นเราสามารถใช้ลูกเล่นอื่นๆ ในการเสริมพลังให้กับยูนิตของเรา อาทิ การปล่อยยูนิตออกมาในจุดที่กำหนด, สร้างป้อมปราการไว้หลอกล่อศัตรู หรือแม้แต่การเสริมพลังโจมตีให้กับยูนิต เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นเรายังปรับแต่ง + อัพเกรดทักษะสกิลของยูนิตออกเป็น 4 สาย (Legion) ด้วยการผสานเข้ากับระบบการ์ดของแต่ละยูนิต จึงช่วยสร้างรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายและไม่ซ้ำใครเลยล่ะคะ นอกเหนือไปกว่านั้น ตัวเกมแบ่งโหมดการเล่นออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ โหมด PvP ปะทะกับผูเล่นคนอื่น, โหมด PvE ปะทะกับฐานทัพของเหล่าบอสสุดโหดที่หวังจะรุมกระทืบเรา หรือไม่หากคิดว่าเล่นคนเดียวมันยากไป ก็ชวนเพื่อนๆ ของเรามาเล่นด้วยกันในโหมด Co-Op ก็ได้นะคะ ตอนนี้ตัวเกมเปิดให้บริการแบบ Free-to-Play แล้ววันนี้ เฉพาะบน PC [Steam] เท่านั้น เป็นอีกหนึ่งเกมที่ควรลองเล่นกันดูค่ะ เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

Epic Game Store ช่วยทำให้ Uplay ของ Ubisoft โดดเด่นมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องง้อ Steam

“รู้หรือเปล่าว่าทำไม Ubisoft ถึงตัดสินใจวางจำหน่ายเกมออนไลน์ The Division 2 บนแพลตฟอร์ม Epic Game Store แทนที่จะลงบน Steam ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของเกมเมอร์ชาว PC มันไม่ใช่เพราะโดนล่อตาล่อใจด้วยส่วนแบ่งรายได้หรอก แต่เป็นแผนธุรกิจดันแพลตฟอร์มของตนเองอย่าง Uplay เปล่งประกายเฉิดฉายดั่งสวรรค์ของเกมเมอร์ต่างหาก เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องกังวลการคิดส่วนแบ่งรายได้ แถมมีส่วนลดให้อีกด้วย ที่สำคัญเลยก็คือ Ubisoft คงอยากตีตัวออกห่างจาก Steam มาสักพักมานานแล้ว เพียงแต่หาจังหวะไม่ได้เสียที พอ Epic Game Store เข้ามาแล้วยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เลยเห็นโอกาสที่ทำให้ Uplay เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น” ประโยคดังกล่าวข้างต้นคือคำพูดของเพื่อนนักธุรกิจของทามาโมะจังเองล่ะคะ แล้วดูเหมือนความเห็นของเขาจะถูกต้องจริงๆ [สมแล้วที่เป็นนักธุรกิจ] เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณ Yves Guillemot บอสใหญ่ของ Ubisoft ได้เปิดเผยเหตุผลที่นำ Tom Clancy’s The Division 2 วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Epic Game Store ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็ตรงตามประโยคดังกล่าวข้างต้นที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า “ผมมองว่าการที่บรรดาแพลตฟอร์มต่าง ๆ แข่งขันกัน ส่งผลให้ค่ายเกมหันมาพัฒนาคอนเทนต์ให้ดีกว่าเดิม รวมไปถึงการขยายฐานผู้เล่นกลุ่มใหม่อีกด้วย” “ล่าสุดเราค้นพบว่ายอดสั่งซื้อล่วงหน้าของ The Division 2 บน PC ทำยอดขายสูงกว่า The Division ภาคแรกถึง 6 เท่า ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในระยะยาวสำหรับ Ubisoft” ถือเป็นการแสดงให้เห็นการร่วมมือกับทาง Epic Game Store เป็นใบเบิกทางให้เกมเมอร์ชาว PC เริ่มหันมานิยมใช้ Uplay พร้อมโปรโมตไปในตัวด้วย [ถึงแม้มันแอบดูตลกร้ายไปหน่อยก็ตาม] จัดว่าเป็นแผนการตลาดที่ร้ายกาจไม่เบาเลยแฮะ ส่วนตัวเกม Tom Clancy’s The Division 2 กำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 มีนาคม 2019 ทั้งบน PC [Uplay & Epic Game Store], PlayStation 4 และ Xbox One เครดิต : (gamingbolt) https://gamingbolt.com (playulti) https://www.playulti.com “รู้หรือเปล่าว่าทำไม Ubisoft ถึงตัดสินใจวางจำหน่าย The Division 2 บนแพลตฟอร์ม Epic Game Store แทนที่จะลงบน Steam ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของเกมเมอร์ชาว PC มันไม่ใช่เพราะโดนล่อตาล่อใจด้วยส่วนแบ่งรายได้หรอก แต่เป็นแผนธุรกิจดันแพลตฟอร์มของตนเองอย่าง Uplay เปล่งประกายเฉิดฉายดั่งสวรรค์ของเกมเมอร์ต่างหาก เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องกังวลการคิดส่วนแบ่งรายได้ แถมมีส่วนลดให้อีกด้วย ที่สำคัญเลยก็คือ Ubisoft คงอยากตีตัวออกห่างจาก Steam มาสักพักมานานแล้ว เพียงแต่หาจังหวะไม่ได้เสียที พอ Epic Game Store เข้ามาแล้วยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เลยเห็นโอกาสที่ทำให้ Uplay เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น” ประโยคดังกล่าวข้างต้นคือคำพูดของเพื่อนนักธุรกิจของทามาโมะจังเองล่ะคะ แล้วดูเหมือนความเห็นของเขาจะถูกต้องจริงๆ [สมแล้วที่เป็นนักธุรกิจ] เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณ Yves Guillemot บอสใหญ่ของ Ubisoft ได้เปิดเผยเหตุผลที่นำ Tom Clancy’s The Division 2 วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Epic Game Store ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็ตรงตามประโยคดังกล่าวข้างต้นที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า “ผมมองว่าการที่บรรดาแพลตฟอร์มต่าง ๆ แข่งขันกัน ส่งผลให้ค่ายเกมหันมาพัฒนาคอนเทนต์ให้ดีกว่าเดิม รวมไปถึงการขยายฐานผู้เล่นกลุ่มใหม่อีกด้วย” “ล่าสุดเราค้นพบว่ายอดสั่งซื้อล่วงหน้าของ The Division 2 บน PC ทำยอดขายสูงกว่า The Division ภาคแรกถึง 6 เท่า ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในระยะยาวสำหรับ Ubisoft” ถือเป็นการแสดงให้เห็นการร่วมมือกับทาง Epic Game Store เป็นใบเบิกทางให้เกมเมอร์ชาว PC เริ่มหันมานิยมใช้ Uplay พร้อมโปรโมตไปในตัวด้วย [ถึงแม้มันแอบดูตลกร้ายไปหน่อยก็ตาม] จัดว่าเป็นแผนการตลาดที่ร้ายกาจไม่เบาเลยแฮะ ส่วนตัวเกม Tom Clancy’s The Division 2 กำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 มีนาคม 2019 ทั้งบน PC [Uplay & Epic Game Store], PlayStation 4 และ Xbox One เครดิต : (gamingbolt) https://gamingbolt.com (playulti) https://www.playulti.com

เหนื่อยนักก็พักบ้าง! Code Vein เกมสไตล์ Dark Souls เปิดโอกาสไปแช่ออนเซ็นกับสาวๆ

ดูเหมือนเดือนกันยายนเกมหลายๆ ตัวมีการอัปเดตแพทช์ใหญ่ทั้งนั้นเลยแหะ ไม่เว้นแม้แต่เกมออนไลน์แนว MMORPG ระดับคุณภาพ “Guild Wars 2” ผลงานจากทีมผู้พัฒนา ArenaNet ล่าสุดทาง NCSoft ผู้ให้บริการเกมนี้ก็ได้ปล่อยตัวอย่างแพทช์ใหม่ที่มีชื่อว่า “The Icebrood Saga” พร้อมประกาศเตรียมอัปเดตแพทช์นี้ในวันที่ 17 กันยายนที่จะถึงนี้ค่ะ ความน่าสนใจของแพทช์นี้ก็คือเนื้อเรื่องที่ดูเข้มข้นและน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก จะเป็นการเล่าถึงเรื่องราว “Bound by Blood” ที่จะพาผู้เล่นไปรู้จักเควสต์เนื้อเรื่องส่วนใหม่ , ดินแดนใหม่ และ มอนสเตอร์ใหม่ๆ อีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอทางทีมผู้พัฒนาเกม ArenaNet ยังประกาศจะอัปเดตเนื้อหานี้ให้กับผู้เล่นที่มีตัวเกม Guild Wars 2: Path of Fire ไปเลยฟรีๆ แถมยังได้ทำการรวมเนื้อหาเสริม [Expansion] ตัวแรกอย่าง Guild Wars 2: Heart of Thorns เข้าไว้ด้วยกันกับ Guild Wars 2: Path of Fire สำหรับคนที่ยังไม่เคยซื้อเกมนี้มาก่อน โดยราคาแพ็คเกจจะมีทั้งหมด 3 แบบ สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $29.99 หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 920 บาทค่ะ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิกที่นี่ แต่ถ้าใครที่ยังไม่เคยเล่นเกมนี้ อยากลองสัมผัสเกม MMORPG ที่เนื้อเรื่องสนุก เกมเพลย์โอเค ก็ไปสมัครและดาวน์โหลดมาเล่นกันได้ค่ะ เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

เล็กแรงค่ายแดงยกเครื่อง! SMACH Z พีซีพกพา ซีพียู AMD Ryzen ส่วนการ์ดจอ Radeon Vega 11

คิดซะว่าเป็นอีกทางเรื่องหนึ่งสำหรับเกมเมอร์สายพีซีละกันครับ สำหรับ SMACH Z คอมพิวเตอร์หรือพีซีขนาดพกพาที่ได้เผยรุ่นล่าสุดออกมาไปในงาน Gamescom 2019 ที่ผ่านมา ที่หลายคนให้ความสนใจไม่น้อยเลยล่ะ! จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่ไอเดียใหม่อะไรของวงการเกมหรอกนะครับที่ริจะนำพีซีมาย่อเป็นเครื่องเล่นขนาดพกพา หากแต่ SMACH Z ได้ทำออกมาเป็นอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้นเอง โดยในตอนนี้เบื้องต้นเลยจะมีด้วยกันทั้งสิ้น 3 รุ่น คือ SMACH Z และ SMACH Z PRO และ SMACH Z ULTRA โดยความน่าสนใจคือฮาร์ดแวร์หลัก ๆ อย่างการ์ดจอและชิประมวลผลจะใช้ของค่ายแดงหรือ AMD เพื่อความสอดคล้องและทำงานสอดประสานกันอย่างที่สุด ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ ก็จะให้สเปกมาแบบพอประมาณใช้ได้เลย CPU : AMD Ryzen V1605B (Cores 4 Thread 8, Boost Clock 3.6GHz) การ์ดจอ : AMD Radeon Vega 8 Ram : 4GB, 8GB และ 16GB ความจุ : 64GB, 128GB และ 256GB ขนาดหน้าจอ : 6 นิ้วทั้งสองรุ่นรับภาพแบบ FullHD พร้อมทัชสกรีนได้ และในรุ่น SMACH Z PRO ขึ้นไปจะมีกล้อง 5 ล้านพิกเซลมาให้ด้วย พอร์ตเชื่อมต่อ : USB-C x 1, DisplayPort x 1, SD Card x 1, Audio minijack (3.5 MM) ชาร์จ : USB-C กำลังไฟ 20V 3A 60W ให้หัวแปลงปลั๊ก EU/US/UK และ AU สีกรอบเครื่อง : ดำ (Deep Black) , เขียว (Radioactive Green) , น้ำเงิน (Indigo) , ขาว (Pearl White) , แดง (Red Fire) , ซอมบี้ (Zombie) และทอง (Golden) SMACH Z ส่วนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 699 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (20,970 บาทโดยประมาณ) โดยหากต้องให้เครื่องเล่นของเรามีความแรงและสเปกขั้นสุดก็จะยิงยาวได้ถึง 1,099 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (32,970 บาทโดยประมาณ) เลยล่ะครับ ซึ่งสำหรับใครที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อกันได้ แต่ต้องเสียค่าจอง 10 เหรียญดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 300 บาทครับ เครดิต : (beartai) https://www.beartai.com

ArcheAge Unchained เกมออนไลน์ฟอร์มยักษ์ MMORPG พร้อมเปิดให้บริการสิ้นเดือนนี้!!!

หลังจากอาเจ๊นัทและทีมงานประกาศให้เพื่อนๆ ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของเกมออนไลน์ฟอร์มยักษ์ที่น่าเล่นไม่แพ้เกมอื่นๆ ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ArcheAge Unchained พร้อมเปิดให้บริการในรูปแบบแพ็คเกจ โดยเป็นเนื้อหาใหม่ที่แตกแยกจากเนื้อหาเก่าๆ ของตัวเกม หรือก็คือแบ่งแยกเซิร์ฟเวอร์อีกต่อหนึ่งนั่นเองค่ะ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ – ArcheAge Unchained จะเปิดเป็นเหมือนเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ทุกคนจะต้องเริ่มต้นใหม่กันหมด และต้องซื้อแพ็คเกจเพื่อเข้าถึงเนื้อหาในการเล่น และแน่นอนว่าไม่สามารถย้ายตัวละคร, ไอเทม + ของใช้ หรืออะไรจากอีกเซิร์ฟนึงมาได้เลย ส่วนในเรื่องของกำแพงเทพทรูจะหายไป เพราะมันไม่มีระบบ Cash Shop (ร้านค้าภายในเกม) ทุกอย่างมีความแฟร์ต่อทุกคน ไม่มีความเหลื่อมลํ้าแม้แต่น้อย – แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมี ArcheAge ในรูปแบบ Free-to-Play พร้อมกับอัพเดตแพทช์ตามปกติเหมือนเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือตัดทอนเนื้อหาใดๆ ทั้งสิ้น แต่แน่นอนว่ามันจะมีระบบ Cash Shop (ร้านค้าภายในเกม) ซึ่งอาจทำให้เกิดกำแพงเทพทรู ล่าสุด Gamigo ผู้ให้บริการเกมรายใหญ่เข้ามาซื้อทีมผู้พัฒนาเกม Trion Worlds ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า ArcheAge Unchained เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ [เร็วเกินกว่าที่คาดการณ์เอาไว้] โดยนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อนๆ สามารถสั่งซื้อแพ็คเกจล่วงหน้ากันได้แล้ว คลิ๊กที่นี่ อันประกอบ 3 แพ็คเกจดังต่อไปนี้นะคะ 1. Silver Chainbreak Pack ราคาอยู่ที่ $25.99 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 800 บาท ประกอบไปด้วย อาทิ – Founder Pack ทั้งสามชุด + เงิน 800 – สิทธิ์ในการสร้างตัวละครล่วงหน้า – ไอเทมและการตั้ง Title หน้าชื่อมากมาย 2. Gold Chainbreaker Pack ราคาอยู่ที่ $49.99 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,530 บาท ประกอบไปด้วย อาทิ – Founder Pack ทั้งสามชุด + เงิน 2,000 – สิทธิ์ในการสร้างตัวละครล่วงหน้า – ไอเทมและการตั้ง Title หน้าชื่อมากมาย – ชุดคอสตูม Nightraven Robes 1 ชุด – Emote Dance : Yatarena 3. Archeum Chainbreaker Pack ราคาอยู่ที่ $79.99 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,450 บาท ประกอบไปด้วย อาทิ – Founder Pack ทั้งสามชุด + เงิน 5,000 – สิทธิ์ในการสร้างตัวละครล่วงหน้า – ไอเทมและการตั้ง Title หน้าชื่อมากมาย – ชุดคอสตูม Nightraven Robes 1 ชุด – ชุดคอสตูม Arasha Nomad Costume 1 ชุด – ชุดคอสตูม Geared Gaslamp Garb 1 ชุด – Emote Dance : Yatarena + Robot – ชุดปรับแต่งยานพาหนะ Golden Wyrmwings – รวบรวมเนื้อหาของ ArcheAge ทั้งหมดตลอด 5 ปี นอกจากนี้ยังมีการแง้มอีกด้วยว่าพวกเขาจะเปิดให้บริการตัวเกมบนหน้าร้านค้า Steam ด้วยนะคะ แค่ตอนนี้เราไม่ทราบเหมือนกันว่าจะมาในช่วงสิ้นเดือนกันยายนหรือเปล่า? อีกทั้งตัวเกมจะรองรับแค่เซิร์ฟเวอร์อเมริกาเหนือ [NA] และยุโรป [EU] เท่านั้น (หวังว่าไม่จำเป็นต้องมุด VPN อะนะ) แต่ถึงกระนั้น Gamigo ก็กำลังพิจารณาอยู่ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้บริการเซิร์ฟเวอร์อเมริกาใต้ [SA] และเอเชีย [Asia] หรือไม่? เอาเป็นว่าถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติม ทามาโมะจังจะรีบมาแจ้งให้ทราบทันทีค่ะ ArcheAge Unchained เป็นเกมแนว MMORPG Open World ที่มีจุดเด่นต่างจากเกมแนว MMORPG ทั่วไปคือ ระบบ PvP ที่ขับเน้นทักษะและความสามารถของผู้เล่นเป็นหลัก พร้อมกับแบ่งทวีปใหญ่ๆ ออกเป็น 3 ทวีปหลัก เต็มไปด้วยสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย พร้อมระบบสายอาชีพที่สามารถผสมผสานกันได้จำนวนมหาศาล แถมที่สำคัญเราสามารถสร้างบ้าน สร้างเรือ ปลูกผัก ทำฟาร์มได้ อาจเรียกได้ว่ามีอะไรให้ทำเยอะแยะไปกว่าการนั่งเก็บเลเวลไปวันๆ นะคะ แทบรอลุ้นตอนตัวเกมเปิดให้บริการไม่ไหวแล้วสิ!!! เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

เกมเมอร์เฮ! Xiaomi พร้อมวางจำหน่าย Black Shark 2 Pro สมาร์ทโฟนเกมมิ่งศูนย์ไทยด้วยราคาที่โดนใจ

ในขณะที่หลายๆ คนกำลังรอคอยสมาร์ทโฟนเกมมิ่งอย่าง “ASUS ROG Phone 2” วางจำหน่ายในบ้านเรากันอยู่ ดูเหมือนตอนนี้เพื่อนๆ ได้ลังเลแล้วค่ะ ว่าจะเลือกรุ่นไหนกันดี เพราะตอนนี้ทาง Xiaomi ได้ประกาศแล้วว่า “Black Shark 2 Pro” สมาร์ทโฟนเกมมิ่งรุ่นใหม่ของพวกเขาจะบุกตลาดโซนอื่นๆ นอกเหนือในประเทศจีนแล้วค่ะ นั้นหมายความว่าบ้านเราก็ได้สิทธิ์ในการวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน อ่ะๆ แต่ก็อย่าพึ่งดีใจกันไปนะคะ เพราะการวางจำหน่ายในครั้งนี้จะมีเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น โดยสามารถสั่งซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง Lazada หรือ Shopee เท่านั้น! ไม่มีขายหน้าร้านนะคะ แต่ไม่ต้องกังวนไปค่ะ ถ้าเครื่องมีปัญหาศูนย์ Xiaomi จะเป็นคนดูแลในส่วนนี้ให้เองเลย สเปกเครื่อง Black Shark 2 Pro ระบบปฏิบัติการ : Android 9 Pie หน้าจอการแสดงผล : AMOLED ขนาด 6.39 นิ้ว มีค่า Touch Latency อยู่ที่ 34.7ms ( รุ่นเดิมอยู่ที่ 43.5ms ) CPU : Snapdragon 855 Plus GPU : Adreno 640 RAM : 12GB. ความจุ : มีความจุให้เลือก 2 แบบคือ 128GB. กับ 256GB เป็นหัวอ่านแบบ UFS 3.0 กล้องหลัง : กล้องหลักเป็น Sony IMX586 ความละเอียด 48MP f/1.75 กับ กล้องเลนส์เลเทโฟโต้ความละเอียด 13MP f/2.2 กล้องหน้า : 20MP f/2.0 การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, รองรับสัญญาณ Wi-Fi 2.4GHz. และ 5GHz เซ็นเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แบตเตอรี่ : 4,000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 27W สำหรับ Black Shark 2 Pro ที่นำเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราจะมีทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกันค่ะ รุ่นแรกคือ Ram 8GB. / ความจุ 128GB. สนนราคาอยู่ที่ 19,990 บาท และ Ram 12GB. / ความจุ 256GB. สนนราคาอยู่ที่ 23,900 บาท โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 สีก็คือ Shadow Black และ Iceberg Grey ที่น่าสนใจก็คือเขาแถมจอยที่ติดข้างเครื่องมาให้ด้วยนะ ร้านค้า Lazada จะเริ่มวางจำหน่ายทันทีในวันที่ 9 กันยายน ( คลิกได้ที่นี่ ) ส่วนทาง Shopee จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 10 กันยายนค่ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ สำหรับคนที่อยากจะได้สมาร์ทโฟนเกมมิ่งดีๆ สักเครื่องแล้วก็เป็นเครื่องศูนย์ไทยด้วย แล้วยิ่งการเดินหมากครั้งนี้ของทาง Xiaomi นั้นหมายความว่าในอนาคตรุ่นใหม่ๆ ที่ถูกจัดเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่งก็จะนำมาวางจำหน่ายในบ้านเราอย่างแน่นอนค่ะ เฮ้อ…เห็นแบบนี้แล้วอยากเห็นราคาของคู่แข่งอย่าง ASUS ROG Phone 2 จังเลยแหะ ว่ารุ่นที่อาเจ๊นัทรอตัวนี้ราคาจะตกอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่! เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

เหลือเชื่อ! Ninja สตรีมเมอร์ชื่อดังกำลังติดเกม World of Warcraft: Classic งอมแงม

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสตรีมเมอร์ชื่อดังอย่าง Ninja (Tyler Blevins) อดีตนักแข่งฟอร์มูล่าวัน Halo ที่ผันตัวสู่การเป็นสตรีมเมอร์เกม H1Z1, PUBG และแจ้งเกิดแบบเต็มตัวกับ Fortnite จวบจนถึงทุกวันนี้ แต่ทว่าในขณะนี้ดูเหมือนว่าพี่แกกำลังติดเกม World of Warcraft: Classic งอมแงมวางไม่ลงเลยล่ะ แถมที่สำคัญ Ninja ทำการถ่ายทอดสดไลฟ์สตรีมเกมดังกล่าวผ่าน Mixer อีกด้วยค่ะ ซึ่งคาดว่าพี่แกน่าจะเล่นติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ใครที่แฟนคลับหรือสนใจอยู่ล่ะก็ สามารถรับชมกันได้นะจ๊ะ นอกเหนือไปกว่านั้น Ninja ยังโพสต์ลงบน Twitter หลักของตนอีกด้วยว่า “ผมกำลังรับทำเควสหนึ่งในเกม World of Warcraft: Classic และยังเคลียร์ไม่ผ่านเลย Send help! [ขอความช่วยเหลือด้วย!]” ซึ่งแน่นอนว่า DrLupo (Benjamin Lupo) หนึ่งในสตรีมเมอร์ชื่อดังบน Twitch และเพื่อนซี้คู่ใจที่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่า Ninja ก็เล่นเกมนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน ก็แสดงความยินดีกับเขาด้วยการใช้ภาพ GIF ว่า “Welcome” และเข้าไปเล่นด้วยกัน 555+ Ninja เปิดเผยว่าแม้ตนจะไม่เคยสัมผัส World of Warcraft มาก่อนสักนิด แต่ถึงกระนั้นก็เคยผ่านมือเกมแนว MMORPG ยอดนิยมในอดีตมาแล้วอย่าง Final Fantasy XI และ Star Wars : The Old Republic เป็นต้น โดยเจ้าตัวหันมาสนใจ World of Warcraft : Classic นั้นเป็นเพราะกระแสตอบรับที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียอย่างล้นหลาม จึงลองตัดสินใจเล่นดู ผลก็คือติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น เรียกได้ว่าเป็นไปดั่งตามการวิเคราะห์และคาดคะเนของบทความก่อนหน้านี้เคยนำเสนอไปเลยว่ากระแสดังกล่าวอาจช่วยดึงผู้เล่นหน้าใหม่ / ผู้เล่นหน้าเก่า หันมาเล่น World of Warcraft: Classic กันมากยิ่งขึ้น ไหนๆ ก็พูดถึง Ninja ทั้งที ทามาโมะจังขอเสริมไปด้วยว่าจากการที่พี่แกจับมือกับ Microsoft เพื่อย้ายมาตั้งแหล่งฐานไลฟ์สตรีมบน Mixer จึงทำให้ได้รับสิทธิ์เผยแพร่เนื้อเรื่องของ Gears 5 และเกมเพลย์ให้ได้รับชมก่อนใครอีกด้วย ซี่งจะทำการถ่ายทอดสดในคืนวันนี้ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม ทามาโมะจังและทีมงาน PlayUlti จะรีบมาแจ้งให้ทราบทันทีค่ะ เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

Rockstar เข้าซื้อ Dhruva Interactive สตูดิโอพัฒนาเกมจากอินเดีย

แม้ว่าตัวเกม Red Dead Redemption 2 จะไปได้สวยในช่วงปีที่ผ่านมา รวมไปถึงข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับแฟรนไชส์เกมดังๆ ของทาง Rockstar ที่มาอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุด ค่ายเกม Rockstar ได้ขยายทีมพัฒนาให้กว้างขึ้นด้วยการซื้อ Dhruva Interactive สตูดิโอพัฒนาเกมสัญชาติอินเดีย โดยซื้อมาจาก Starbreeze ด้วยราคา 7.9 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งให้ร่วมทีมพัฒนาด้วยกันกับ Rockstar สาขาอินเดีย ซึ่งมีออฟฟิศอยู่ที่ Bangalore อีกด้วย หลายคนอาจจะสงสัยว่า Dhruva Interactive เค้ามีผลงานอะไรให้เรารู้จักกันบ้าง? ขอบอกเลยว่าสตูดิโอพัฒนาเกมนี้เขาไม่ธรรมดา นอกจากจะร่วมงานกับ Starbreeze ค่ายพัฒนาเกมที่ทำ Payday 2 จนโด่งดัง ยังมีเครดิตและส่วนร่วมในการพัฒนาเกมฟอร์มเจ๋งหลายเกมอาทิ Halo 5, Forza Horizon 3,Quantum Break และ Sea of Thieves คุณ Rajesh Rao ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Dhruva Interactive ได้กล่าวว่า เป้าหมายของทีมงานคือการได้ทำเกมระดับโลก และสร้างชุมชนผู้พัฒนาเกมให้กว้างขวางในประเทศอินเดีย และการที่ทีมได้เข้ามาอยู่ภายใต้ของ Rockstar ซึ่งเป็นค่ายเกมที่มีชื่อเสียง ก็เป็นหลักประกันความสำเร็จได้อย่างชัดเจนว่า จะสามารถพัฒนาเกมเจ๋งๆ ให้เป็นที่รู้จักด้วยการสนับสนุนและช่วยเหลือจากทีมพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ในประเทศอินเดีย ส่วนทางฝั่ง Starbreeze ที่เป็นผู้ขายสตูดิโอนี้ให้กับ Rockstar ก็กำลังประสบปัญหาอย่างหนักในด้านการเงิน หลังจากที่ตัวเกม Overkill’s The Walking Dead ถูกยกเลิกวางจำหน่ายไป ทำให้สูญเสียรายได้ และไม่สามารถลงทุนทำเกมใหม่ได้เลย นั่นจึงทำให้ต้องยอมขายสตูดิโอพัฒนาเกมจากอินเดียให้กับ Rockstar ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

[รีวิวเกม] Bloodstained : Ritual of the Night – ผู้สืบทอดตำนานปราสาทแดรกคูลา

ในกระแสเกมยุคปัจจุบันที่หลายๆ ผู้พัฒนาพยายามจะหนีออกจากความเป็นเกมมากๆขึ้น ด้วยต้องการจะสร้างประสบการณ์ที่สมจริงสมจัง ดึงผู้เล่นเข้าให้เข้าในหัวของตัวละครและโลกที่ถูกสร้างขึ้น นี่คือเกมที่หันหลังให้กับกระแสนั้นแล้วโอบรับธรรมชาติของตัวเองอย่างสนุกสนาน Bloodstained : Ritual of the Night เป็นเกม Action-RPG มุมมองด้านข้างแบบสองมิติ แต่ใช้โมเดลและภาพ 3 มิติ พัฒนาโดยสตูดิโอ Art Play ที่นำโดย โคจิ อิงาราชิ (Koji Igarashi) ผู้มีชื่อเสียงในฐานะผู้ให้กำเนิด Castlevania : Symphony of the Night หนึ่งในเกมในตำนานที่สร้าง sub-genre (ประเภทย่อยของเกม) ของตัวเองขึ้นมาคู่กับเกม Super-Metroid จนถูกเรียกว่า Metroidvania หรือที่บางคนอาจจะเรียกว่า Igavania เลยทีเดียว โดย Bloodstained นั้นเกิดจากการระดมทุนผ่าน Kickstarter ในปี 2015 หลังจากที่อิงะได้ออกจาก Konami ด้วยโฆษณาที่ว่านี่จะเป็นเกมผู้สืบทอดจิตวิญญาณของ Castlevania ยุคหลัง Symphony of the Night เป็นต้นมา ซึ่งตัวเกมก็ได้รับเงินระดมทุนไปถึงเกือบ 6 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าเป้าขั้นต่ำที่ตั้งไว้ที่ 5 แสนแบบถล่มทลาย ซึ่งตัวเกมเดิมนั้นวางแผนไว้ว่าจะวางขายในปี 2017 แต่ก็ดีเลย์มาเรื่อยๆยาวถึง 2 ปีกว่าจนในที่สุด มันก็ได้วางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนปี 2019 นี้ สิ่งหนึ่งที่ผมต้องเกริ่นไว้ก่อนเลย คือผมไม่เคยเล่น Castlevania ซักภาครวมถึง Symphony of the Night ด้วยครับ แน่นอนว่าผมเคยได้ยินเรื่องราวและได้เห็นความเจ๋งของเกมนี้จากหลายๆทางมาแล้ว แต่ก็พูดได้ว่านี่จะเป็นรีวิวที่เขียนจากคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์หรือความประทับใจกับ SotN (ชื่อย่อ) โดยตรงมาเลย ระบบการเล่นที่เรียบง่ายแต่กลับเพลินจนหยุดไม่อยู่ ในส่วนของระบบการต่อสู้และพัฒนาตัวละครนั้นเรียบง่ายมากๆ เราจะสามารควบคุมมิเรียมให้วิ่ง กระโดด หลบถอยหลัง โจมตี และใช้เวทมนตร์ที่ในเกมนี้เรียกว่า Shard ได้ ซึ่งการโจมตีในเกมนี้นั้นจะไม่มีการกดคอมโบใดๆ ทั้งสิ้น การกดโจมตีย้ำๆก็จะเป็นแค่การออกท่าโจมตีมาตรฐานตามแต่อาวุธที่เราใช้ซ้ำๆ กันไป เช่นเดียวกับการใช้เวทมนตร์ที่จะมีอะไรมากกว่าก็แค่เวทมนตร์บางชนิดเราจะสามารถกำหนดทิศทางที่จะยิงออกไปได้ ที่อาจจะมีลูกเล่นหน่อยก็จะเป็นระบบท่าพิเศษ (Techniques) ที่มากับอาวุธบางชิ้น แต่ส่วนตัวผู้เขียนกลับมองว่าท่าพิเศษพวกนี้ดูจะเป็นส่วนเกินที่ไม่จำเป็นไปหน่อย อย่างหนึ่งคือวิธีกดนั้นมันละม้ายคล้ายคลึงกับการกดท่าในเกมต่อสู้ซึ่งถ้าไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับอะไรแบบนั้นก็จะหาจังหวะกดใช้งานจริงได้ยากมาก รวมถึงท่าที่มีประโยชน์จริงๆก็มีเพียงไม่กี่ท่า ทำให้สุดท้ายผมเชื่อว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ยังไงก็จะใช้การโจมตีธรรมดากับเวทย์มนตร์เสียมากกว่าอยู่ดี แต่สิ่งที่ทำให้ระบบที่เรียบง่ายนี้มันเวิร์กก็คือระบบพัฒนาตัวละคร นอกจากที่ตัวมิเรียมนั้นจะมีเลเวลที่เราสามารถอัปได้จากการฆ่าศัตรูเพื่อเก็บ exp เหมือนเกม RPG ทั่วๆไปแล้ว เราสามารถสวมใส่อาวุธชุดเกราะและเครื่องประดับให้กับเธอได้ ซึ่งอาวุธที่มีให้เลือกใช้ก็มีเกือบ 10 ชนิดได้ แต่ละชนิดก็จะมีจุดดีจุดเด่นของตัวเอง เช่น มีดจะแทงได้เร็วแต่ระยะสั้นและเป็นเส้นตรง ดาบใหญ่จะช้าแต่แรงและโจมตีเป็นวงทางตั้ง เป็นต้น และด้วยความที่ตัวเกมไม่มีระบบการกดคอมโบ ทำให้เราสามารถหยิบเปลี่ยนอาวุธแต่ละชนิดขึ้นมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้โดยแทบจะไม่ต้องปรับตัวเลย ซึ่งมันก็เข้ากันได้ดีกับการออกแบบฉากและศัตรูในเกมที่หลากหลายและกระตุ้นให้เราอยากเปลี่ยนอาวุธเพื่อความเหมาะสมอยู่บ่อยๆ รวมถึงชุดเกราะและเครื่องประดับเองนอกจากจะเพิ่มค่าสถานะแล้ว บางชนิดก็ยังมีเอฟเฟคต์เฉพาะตัวเสริมสไตล์การเล่นเข้าไปอีก รวมถึงส่วนเกราะหัวหรือเครื่องประดับบางชนิดก็จะโชว์บนโมเดลตัวละครด้วยๅ อาจจะไม่เกินเลยไปนักหากจะบอกว่า Bloodstained : Ritual of the Night เป็นหนึ่งในเกมระดมทุนที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมานับตั้งแต่เกมที่เคยสร้างประวัติการณ์อย่าง Undertale (ที่เอาเข้าจริงๆ ก็เทียบกับยากกันหน่อยเพราะอยู่กันคนละตลาด) แน่นอนว่ามันยังมีตำหนิมีข้อเสียหลายอย่างโดยเฉพาะในด้านเทคนิคและบทของเกมที่ไม่ได้ถูกเกลามาอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่มันก็ตอบโจทย์สิ่งที่มันอยากจะทำและเป็นสิ่งที่ผู้คาดหวังได้แทบจะสมบูรณ์แบบ นั่นคือการเป็นเกมผู้สืบทอดตำนาน Castlevania : Symphony of the Night และพิสูจน์ให้เราได้เห็นว่าเกมแอคชั่นมุมมองด้านข้างยังไม่ตาย ยังมีเหล่าผู้เล่นหน้าเก่าที่โหยหาบรรยากาศแบบนี้ และยังมีผู้เล่นหน้าใหม่อย่างผู้เขียนเองที่ตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เคยสร้างอิทธิพลสำคัญต่อวงการเกมนี้อยู่ ตราบใดที่เกมมันถูกสร้างออกด้วยมาความตั้งใจเอาใจใส่ และที่สำคัญ ด้วยความสนุกสนานของผู้สร้างเอง มันส่งมาถึงผู้เล่นแน่นอน และนี่คือหนึ่งในเกมที่ขุดรากเหง้าของการสร้างเกมในแบบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับใครที่เป็นแฟนของ SotN หรือเคยเล่นมาก่อนแล้วชอบล่ะก็ จากความเห็นของเพื่อนๆรอบตัวผมที่เป็นหนึ่งในนั้น ก็พอจะสรุปให้ได้ว่า ซื้อมาเล่นเถอะ คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน ส่วนใครก็ตามที่ไม่เคยมีประสบการณ์เกมแนวนี้มาก่อนและยังลังเลอยู่ ไม่ว่าจะเพราะไม่ใว้ใจเกมระดมทุนจากกรณีก่อนๆอย่าง Might No.9 ก็ดี หรือแค่เพราะเห็นภาพเกมมันไม่สวยเลยไม่แน่ใจคุณภาพเกมว่ามันจะคุ้มกับเงิน 1200-1300 ก็ดี ผู้เขียนยืนยันให้ตรงนี้เลยว่ามันคุ้มเกินคุ้มแน่นอน ที่เหลือก็อยู่ที่ว่ามันจะตรงจริตกับคุณรึเปล่าก็เท่านั้นเอง เครดิต : (beartai) https://www.beartai.com